0

จุลินทรีย์ในลำไส้ ความเสี่ยงหนึ่งของภาวะลำไส้แปรปรวนที่ทุกคนมองข้าม

โดย: นพ.ฐิติชัย วงศ์ศิริอำนวย บทความสนับสนุนโดย จุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ Gut microbiota คือ แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ในมนุษย์ มีหน้าที่บทบาทที่สำคัญหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการดูดซึมอาหาร การทำงานของลำไส้ เกี่ยวข้องกับการสร้างวิตามินในร่างกาย  รวมทั้งการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย แน่นอนครับ สำหรับกระบวนการทำงานการบีบตัวของลำไส้ การย่อยสารอาหาร หรือ การสร้างเยื่อบุผิวในลำไส้ จุลินทรีย์ในลำไส้ย่อมมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง หากจุลินทรย์ในลำไส้ขาดสมดุลไปนั้นจะมีผลทำให้การดูดซึมสารอาหารไม่ได้ การบีบตัวของลำไส้ผิดปกติ การรับรู้ความรู้สึกของลำไส้ผิดปกติไป จะมีผลทำให้มีอาการผิดปกติตามมาได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ท้องผูก ท้องเสีย ถ่ายกระปิดกระปอย อาการปวดท้องเป็นๆ หายๆ เรื้อรัง การรู้สึกอิ่มเร็ว ซึ่งจะมีผลกระทบหลายอย่างตามมา ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน ผลต่อการรับประทานอาหาร บางรายอาจมีภาวะขาดสารอาหารจากการที่รับประทานไม่ได้ หรือ การดูดซึมผิดปกติไป จนถึงบางคนมีภาวะไม่มั่นใจในตัวเองและกลัวการเข้าสังคม จะเห็นได้ว่าจุลินทรีย์ในลำไส้ มีบทบาทที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับระบบลำไส้ของเรา การที่ได้ปรับสมดุลการทำงานของจุลินทรีย์ในลำไส้ย่อมมีความสำคัญอย่างยิ่ง มีงานวิจัยหลายงานวิจัยในต่างประเทศที่ศึกษาว่าการปรับสมดุลของลำไส้จะทำให้ภาวะลำไส้แปรปรวนดีขึ้นได้อย่างมีนัยยะชัดเจน หากใครมีอาการลำไส้แปรปรวน ลองมาใส่ใจดูแล จุลินทรีย์ลำไส้ในร่างกายเราด้วยเสมอ

0

อยากสุขภาพแข็งแรง ต้องมีจุลินทรีย์สมดุล (5) – ว่าด้วยเรื่องของภูมิคุ้มกัน

โดย: นพ.พิชัย นำศิริกุลบทความสนับสนุนโดย บทความวันนี้เป็นเนื้อหาตอนสุดท้ายของชุดความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดจากจุลินทรีย์เสียสมดุล โดยวันนี้ผู้เขียน จะขอเล่าให้ฟังเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันภูมิคุ้มกันนั้นมีสองประเภท ได้แก่1. ภูมิคุ้มกันทั่วไป เป็นกลไกปกติของร่างกายในการป้องกันเชื้อโรค เช่น เยื่อเมือกในอวัยวะต่างๆ รวมถึงผิวหนังของเรา2. ภูมิคุ้มกันเฉพาะเจาะจง ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันที่ร่างกายเราสร้างมาโดยมีกลไกเฉพาะในการทำลายเชื้อโรคแต่ละชนิด ลำไส้เป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ต่อมน้ำเหลืองที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายอยู่ในลำไส้ ปกคลุมอยู่บนปุ่มเล็กๆ ที่กระจายอยู่บนผนังลำไส้ เซลล์ภูมิคุ้มกันทั้งหมด 70% ในร่างกายของคนเราอยู่ในลำไส้ จุลินทรีย์ที่สมดุลนั้น ช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันของเราแข็งแรง หากเซลล์ภูมิคุ้มกันของเราอ่อนแอ เมื่อเชื้อโรคเข้ามาสู่ร่างกาย เซลล์ภูมิคุ้มกันจะต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ไม่ได้หากเรามีภูมิคุ้มกันที่ทำงานได้ดี เรามีความต้านทานต่อเชื้อโรค มีภูมิคุ้มกันที่สมดุล จะลดโอกาสเกิดโรคSLE หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง และโรคติดเชื้อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ COVID-19 และอื่นๆ อีกมากมายการใช้ชีวิตของคนเราในปัจจุบัน โดยเฉพาะจากพฤติกรรมการกินของหวาน ของมัน เนื้อแดง อาหารแปรรูป และโดยเฉพาะอย่างยิ่งยาปฏิชีวนะ ทำลายสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกายเราอย่างใหญ่หลวง เราจึงควรหันกลับมาดูแลจุลินทรีย์ของเราให้สมดุล เพื่อลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังต่างๆ จากภูมิคุ้มกันที่ทำงานผิดปกติ

0

อยากสุขภาพแข็งแรง ต้องมีจุลินทรีย์สมดุล (4) – โรคยอดฮิต ความดันสูง เบาหวาน หลอดเลือดหัวใจ และโรคหัวใจ

โดย: นพ.พิชัย นำศิริกุลบทความสนับสนุนโดย พฤติกรรมการกินอาหารไขมันสูง เส้นใยน้อย ความเครียด และพฤติกรรมไม่ดีอื่นๆ ซึ่งทำลายสมดุลจุลินทรีย์ ทำให้จุลินทรีย์ตัวร้ายนั้นเพิ่มจำนวนมากขึ้น เมื่อจุลินทรีย์ตัวร้ายเหล่านี้เพิ่มจำนวนจะทำให้สารพิษในร่างกายโดยเฉพาะในลำไส้เรามีมากขึ้น สารพิษเหล่านี้จะถูกดูดซึม และแพร่ไปสู่ส่วนต่างๆ จนทำให้เกิดการอักเสบขึ้นในร่างกาย เกิดกลุ่มอาการเมแทบอลิก (metabolic syndrome)  ซึ่งนำไปสู่โรคยอดฮิตเรื้อรังในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันสูง โรคหลอดเลือด และโรคหัวใจ ฯลฯการบรรเทาอาการเหล่านี้ด้วยการบริโภคจุลินทรีย์ชนิดดี หรือ โพรไบโอติกส์นั้น ยังไม่ได้ถูกศึกษาอย่างกว้างขวางมากนัก งานวิจัยส่วนใหญ่ทำในสัตว์ ยังไม่มีบทสรุปที่แน่ชัด แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การมีพฤติกรรมชีวิตที่ดี ตั้งแต่การเลี่ยงรับประทานอาหารหวาน มัน เนื้อแดง สุรา ยาปฏิชีวนะ ไม่เครียด พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกาย ยังคงเป็นวิธีที่ช่วยให้คนเราสุขภาพดี และแม้ว่าจะยังไม่มีการสรุปถึงสายพันธุ์ของโพรไบโอติกส์ที่แน่ชัดในการรักษาอาการเหล่านี้ แต่การบำรุงจุลินทรีย์ในร่างกายให้อยู่ในจุดสมดุลเสมอ สามารถลดความเสี่ยงการเกิดกลุ่มอาการเมแทบอลิกได้

0

อยากสุขภาพแข็งแรง ต้องมีจุลินทรีย์สมดุล (3) – ระบบทางเดินอาหาร

โดย: นพ.พิชัย นำศิริกุลบทความสนับสนุนโดย ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ สัมพันธ์กับจุลินทรีย์ในร่างกายเราอย่างไร ปัจจุบันมีงานวิจัยและการศึกษามากมาย ที่โชว์ให้เห็นถึงการใช้จุลินทรีย์ชนิดดี(โพรไบโอติกส์) ในการปรับสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกายเรา เพื่อปรับปรุงระบบทางเดินอาหารของเรา อาการลำไส้รั่ว หรือ leaky gut syndrome เกิดจากการที่เยื่อบุผนังลำไส้อักเสบ ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเสีย ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดช่องทางที่สิ่งแปลกปลอม สารพิษ หลุดเข้าไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ ผิวหนังอักเสบ หอบหืด รวมถึงการแพ้อาหาร งานวิจัยหลายชิ้นสรุปว่าการปรับสมดุลจุลินทรีย์ โดยเฉพาะการรับประทานจุลินทรีย์ชนิดดี ช่วยบรรเทาอาการลำไส้รั่วนี้ได้ ซึ่งส่งผลให้อาการอื่นๆ ที่มีสาเหตุร่วมจากลำไส้รั่วนั้นทุเลาลงได้ แม้กระทั่งโรคยอดฮิตอย่างท้องผูก ซึ่งแพทย์ลงความเห็นกันว่าเกิดจากลำไส้ใหญ่ที่ทำงานไม่ปกติคือต้นเหตุ การสร้างความแข็งแรงให้ลำไส้ใหญ่ก็อาจเป็นวิธีการรักษาอาการนี้ให้กับคนส่วนใหญ่ได้การทำให้ลำไส้แข็งแรง สามารถทำได้ด้วยการสร้างสมดุลจุลินทรีย์ การรับประทานโพรไบโอติกส์ ต้องทำควบคู่กับการปรับพฤติกรรมอื่นๆ ด้วย เช่น รับประทานอาหารให้ตรงเวลา รับประทานผักผลไม้ ไม่เครียด ออกกำลังกาย เป็นต้นการสร้างสมดุลจุลินทรีย์และบรรเทาอาการเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่า เราจะรับประทานโพรไบโอติกส์สายพันธุ์อะไรก็ได้ เพราะโพรไบโอติกส์นั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ และแต่ละสายพันธุ์มีหน้าที่และส่งผลต่อร่างกายเราต่างกันไป การเลือกสายพันธุ์โพรไบโอติกส์ให้เหมาะสมกับเรานั้น เราควรรู้จักจุลินทรีย์ในร่างกายเราก่อน...

0

อยากสุขภาพแข็งแรง ต้องมีจุลินทรีย์สมดุล (1)

โดย: นพ.พิชัย นำศิริกุลบทความสนับสนุนโดย ท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินคำว่าจุลินทรีย์ หรือ microbiome มาบ้าง แต่อาจจะไม่ทราบว่าจุลินทรีย์เหล่านี้ สำคัญอย่างไรจุลินทรีย์ทั้งหมดที่อยู่ในร่างกายรวมเรียกว่า ไมโครไบโอม (Microbiome) ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้ อาจเป็นเชื้อแบคทีเรีย รา หรือไวรัส จุลินทรีย์เหล่านี้พบได้ทั่วไปในร่างกาย ไม่ว่าจะที่ผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ แต่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในลำไส้ โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่ จุลินทรีย์นั้นมีรหัสพันธุกรรม หรือ DNA มากกว่ารหัสพันธุกรรมของมนุษย์เราเอง ถึงกว่า 150 เท่า และมีปริมาณเซลล์ ถึง 90% ของเซลล์ทั้งหมดในร่างกายเรา จุลินทรีย์จึงเป็นส่วนสำคัญมากในร่างกายของเรา คนเราแต่ละคนนั้นมีจุลินทรีย์แตกต่างกัน ซึ่งมีผลจากพันธุกรรม และพฤติกรรม เช่น จุลินทรีย์ที่รับจากแม่ขณะอยู่ในครรภ์ วิธีการคลอด การรับประทานอาหาร การรับประทานยาปฏิชีวนะ ความเครียด การนอนพักผ่อน ฯลฯ ซึ่งความแตกต่างของยีนจุลินทรีย์ของแต่ละบุคคลอาจมีมากถึง 80-90% โดยในร่างกายคนเรานั้นมีทั้งจุลินทรีย์ชนิดดี ซึ่งช่วยให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรง กับจุลินทรีย์ตัวร้าย ซึ่งหากมีปริมาณที่ไม่สมดุลจะก่อให้เกิดโรค ซึ่งเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของระบบต่างๆ...