นักกีฬาพร้อม สนามพร้อม คนดูพร้อม โอลิมปิค โตเกียว 2020

Olympic Tokyo 2020 มหกรรมการแข่งขันกีฬาของมวลมนุษยชาติเปิดแล้วอย่างเป็นทางการแบบไร้ผู้ชม ที่ควรต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์โลก ไม่เฉพาะเป็นโอลิมปิกสมัยใหม่ที่ต้องเลื่อนการจัดงานออกมา 1 ปี การแข่งขันที่ปราศจากผู้เข้าชมในสนาม การชมที่ผ่านระบบออนไลน์แบบเต็มรูปแบบ นักกีฬาที่เสี่ยงแต่ก็สู้เพื่อความภาคภูมิใจ โดยหนึ่งในเบื้องหลังสำคัญของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพนี้ก็คือ ผู้จับและบอกเวลาอย่างเป็นทางการของมหกรรมกีฬาโอลิมปิกมาแล้ว 29 ครั้งตั้งแต่ปี 1932 ซึ่งก็คือ OMEGA แบรนด์เครื่องบอกเวลาจากสวิสที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ปีนี้ในการแข่งขันทั้งหมด 339 รายการ 33 ชนิดกีฬา ที่ถูกจัดขึ้นที่ญี่ปุ่น OMEGA ทำหน้าที่ผู้บอกเวลาทุกวินาทีของการแข่งขันอีกครั้ง ซึ่งรวมถึงกีฬาชนิดใหม่ที่ถูกบรรจุมาในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก เช่น คาราเต้ กีฬาปีนหน้าผา กีฬาโต้คลื่น เบสบอล/ซอฟต์บอล และกีฬาสเกตบอร์ด งานนี้ OMEGA จึงมีชนิดกีฬาให้ดูแลมากกว่าที่เคย โดยจัดทัพที่ไม่น้อยหน้านักกีฬาเพื่อทำหน้าที่นี้อย่างแม่นยำ ประกอบด้วย

อาสาสมัครที่ได้รับการฝึก 900 คน

กระดานบอกคะแนนสาธารณะ 85 กระดาน

กระดานบอกคะแนนสำหรับกีฬาโดยเฉพาะ 350 กระดาน

สายเคเบิ้ลและสายใยแก้วนำแสงยาว 200 กิโลเมตร

อุปกรณ์หนักรวม 400 ตัน

ผู้จับเวลาแข่งขันและผู้เชี่ยวชาญประจำสนาม 530 คน

คราวนี้ อยากรู้แล้วใช่ไหมว่า นาฬิกา OMEGA ที่ผลิตมาเพื่อกีฬาโอลิมปิกมีไหม บอกเลยว่า “มี” และมีให้เลือกถึง 4 รุ่น ที่สำคัญเป็นนาฬิกาที่น่าเก็บด้วยหลายเหตุผล ทั้งเป็นโอลิมปิกแรกที่ชื่อและปีจัดต่างกัน Tokyo Olympic 2020 แต่จัด 2021 และเป็นโอลิมปิกปีแรกที่ห้ามผู้ชมเข้าสนาม ทั้งโลกดูผ่านออนไลน์ ปีแรกที่ผู้เข้าแข่งขันท้าทายทั้งสมรรถนะทางร่างกายและจิตใจ ไม่ใช่แค่ความสามารถด้านกีฬา แต่เป็นการฝ่าวิกฤติไวรัสที่กำลังระบาดอย่างรุนแรก และอีกมากมายหลายเหตุผลที่ล้วนเกี่ยวกับสถานการณ์ตอนนี้ เมื่อผ่านไปอีก 4 ปีข้างหน้าในโอลิมปิกเกมส์รอบใหม่ หรืออีก 20 ปีข้างหน้า คุณก็จะจดจำประวัติศาสตร์หน้านี้ได้เสมอทุกครั้งที่มองนาฬิกา ไปดูกันว่ามีเรือนไหนบ้าง ถ้าอยากช้อปลองถาม Silver Voyage Club Concierge มาได้นะ

Omega Seamaster Aqua Terra Tokyo 2020 Limited Edition

ผลิตจำกัดแค่ 2,020 เรือน ตัวเรือนสตีลขนาด 41 มิลลิเมตร หน้าปัดเซรามิกสีน้ำเงินขัดเงาที่ตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์ของ Tokyo 2020 ซึ่งสลักด้วยเลเซอร์ เที่นำมาใช้เป็นครั้งแรกในคอลเลกชั่นนี้ ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ OMEGA Master Chronometer Calibre 8900 แสดงเวลาอย่างเที่ยงตรงและต้านทานสนามแม่เหล็กได้สูงที่สุดในอุตสาหกรรมสวิส ราคา  218,000 บาท

Omega Seamaster Planet Ocean Tokyo 2020

อีกรุ่นที่ผลิตจำกัด 2,020 เรือน ในตัวเรือนสตีลขนาด 39.5 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนเซรามิกสีขาว สเกลดำน้ำ OMEGA Liquidmetal™ และเพื่อเป็นการอุทิศให้กับปีของ Tokyo 2020 ตัวเลข 20 บนขอบตัวเรือนได้ถูกบรรจุด้วยลิควิดเซรามิกสีแดง หน้าปัดเซรามิกสีขาวขัดเงาแสดงความเป็นโตเกียวผ่านเข็มวินาทีกลางทรงโลลิป๊อปแบบพิเศษ! ปลายเข็มดอทสีแดงเป็นสัญลักษณ์สื่อแทนธงชาติญี่ปุ่น ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ ฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ประดับตราประจำ Tokyo 2020 ประกอบสายหนังสีขาว ภายในกล่องนาฬิกาประกอบด้วยสายนาฬิกาสแตนเลสสตีลและสาย NATO อีกอย่างละหนึ่งชุด ราคา  234,000 บาท

Omega Seamaster Diver 300M Tokyo 2020

ตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาด 42 มม. ขอบตัวเรือนเซรามิกสีน้ำเงินที่บรรจุด้วยสเกลดำน้ำอีนาเมลสีขาว ประกอบสายสตีลเช่นเดียวกับตัวเรือน หน้าปัดเซรามิกสีขาวสร้างมิติด้วยลายคลื่นที่สลักด้วยเลเซอร์ ประดับชื่อ Seamaster สีแดงโดดเด่น ชุดเข็มและหลักชั่วโมงสีน้ำเงินที่บรรจุสารเรืองแสง Super-LumiNova ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ OMEGA Co-Axial Master Chronometer Calibre 8800 ราคา 195,000 บาท

Omega Seamaster Aqua Terra Tokyo 2020

สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของนักกีฬาในการแข่งขันโอลิมปิกคือ เหรียญทอง Omega จึงได้ผลิตนาฬิการุ่นพิเศษในตัวเรือนทองคำ 18k เพื่ออุทิศให้กับเกียรติยศในการแข่งขันนี้ มีให้เลือก 2 ขนาดคือ 38 มิลลิเมตรหรือ 41 มิลลิเมตร หน้าปัดเซรามิกขัดเงาสีน้ำเงินแกะสลักลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์ของมหกรรมกีฬาโอลิมปิก Tokyo 2020 ด้วยเลเซอร์ ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ Co-Axial Master Chronometer และเป็นเรือนที่ Michael Phelps นักกีฬาโอลิมปิกที่ได้เหรียญ 28 เหรียญ มากที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิก ได้สวมใส่เป็นคนแรกๆ ราคาอยู่ที่ 618,000 บาทในรุ่น 38 มิลลิเมตร และ 642,000 บาท ในรุ่น 41 มิลลิเมตร


ถ้าอยากช้อปลองถามทีม Silver Voyage Club Concierge ได้ที่ 

โทร  02-016-9975  

Line Official Account: @SilverVoyage 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *